ชาวใต้นิยมใช้กะปิในการประกอบอาหาร อาหารที่ปรุงในครัวเรือนก็เหมือนๆกับอาหารไทยทั่วไป แต่รสชาติจะจัดจ้านกว่า อาหารใต้ไม่ได้มีเพียงแค่ความเผ็ดจากพริกแต่ยังใช้พริกไทยเพิ่มความเผ็ดร้อน


1. แกงส้มหน่อไม้ดอง

เป็นแกงที่รับประทานคู่กับข้าวสวย และผักเหนาะ หน่อไม้ที่ใช้นิยมใช้หน่อไม้ไผ่ตงดอง แกงคู่กับปลา อาจเป็นปลากระพง ปลากระบอก ปลาสำลี หรือปลาชนิดอื่นก็ได้ น้ำพริกแกงประกอบด้วยขมิ้น กระเทียม พริกขี้หนูสด หรือพริกขี้หนูแห้ง เกลือป่น และกะปิ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว หรือน้ำมะขามเปียก อาจใช้ปลาชนิดอื่นแทนปลากะพงได้ เวลาใส่ปลาต้องรอให้น้ำแกงเดือด และไม่ควรคนจะทำให้มีกลิ่นคาว น้ำพริกแกงควรโขลกให้ละเอียดมิฉะนั้นแกงจะไม่น่ารับประทาน

2. กุ้งผัดกะปิสะตอ

เป็นอาหารที่รับประทานคู่กับข้าวสวย มีรสเค็ม หวาน และเปรี้ยว เนื้อสัตว์ที่ใช้อาจเป็นกุ้ง หรือหมูก็ได้ ส่วนประกอบที่สำคัญได้แก่ พริกขี้หนู หอมแดง กะปิ โขลกให้เข้ากัน เครื่องปรุงรสได้แก่ น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว สะตอที่ใช้ในการผัด ควรใช้สะตอข้าว กะปิควรใช้กะปิดี แต่ไม่ควรใช้มากจะทำให้เค็มเกินไป

3. แกงไตปลา

เป็นแกงที่มีลักษณะน้ำข้น สีน้ำตาลเข้ม มีส่วนผสมหลักของไตปลาและน้ำพริกแกงคั่ว นิยมใช้ไตปลาช่อน ไตปลาทู ใส่ผักหลายชนิดเป็นส่วนประกอบ ปรุงรสด้วยส้มแขก รับประทานคู่กับข้าวสวย หรืออาจใช้รับประทานกับขนมจีน มีรสเผ็ดเค็มและเปรี้ยวเล็กน้อย พริกไทยเม็ดที่ใช้ควรเป็นพริกไทยดำ การทำแกงไตปลาต้องระวังเรื่องรสเค็ม เพราะไตปลาเค็มอยู่แล้ว ผักที่ใช้ใส่สามารถเลือกได้หลายอย่าง เช่น เม็ดขนุน มะละกอดิบ มะเขือพวง เป็นต้น

4. ต้มส้มปลากระบอก

เป็นต้มที่มีน้ำสีเหลืองของขมิ้น มีรสเปรี้ยวนำ รสเปรี้ยวนิยมใช้ส้มแขก หรือน้ำส้มลูกโหนด (น้ำส้มตาลโหนด) ซึ่งได้จากการเอาน้ำตาลจากต้นตาลมาหมักทิ้งไว้จนมีรสเปรี้ยว จึงนำมาใช้ประกอบอาหาร สามารถเปลี่ยนจากปลากระบอกเป็นปลาทูสด ไม่ควรใช้ทัพพีคน เพราะอาจทำให้มีกลิ่นคาว

5. ไก่ต้มขมิ้น

เป็นต้มที่มีน้ำสีเหลืองของขมิ้น ส่วนประกอบอื่นมีตะไคร้ทุบหั่นเป็นท่อน ข่าทุบ ขมิ้นบุบพอแตก หอมแดงบุบ กระเทียมบุบ ปรุงรสด้วยเกลือป่น และน้ำตาลเล็กน้อย นิยมใช้ไก่บ้าน

6. แกงคั่วหมูกับลูกเหรียง

เป็นแกงกะทิ รับประทานกับข้าวสวย และผักเหนาะ รสชาติเผ็ดพริกไทยและพริกขี้หนู ลูกเหรียงมีลักษณะคล้ายถั่วงอกหัวโต แต่หัวจะโตกว่าถั่วงอกและมีสีเขียว กลิ่นฉุน ใช้เป็นผักเหนาะหรือประกอบอาหารได้หลายชนิด เนื้อหมู ควรหั่นตามขวางของเส้นเนื้อ ไฟที่ใช้ต้มหมู ควรเป็นไฟอ่อนหมูจะได้นุ่ม ถ้ากลัวกลิ่นฉุนของลูกเหรียง ให้น้ำไปลวกน้ำก่อนเพื่อดับกลิ่น

7. ปลาทอดขมิ้น

ปลาทอดขมิ้นจะใช้ปลาอะไรก็ได้เช่น ปลาทู ปลาสำลี ปลาทรายแดง ปลาช่อน ปลาดุก ฯลฯ รับประทานคู่กับข้าวสวย ส่วนประกอบที่สำคัญที่ใช้คลุกตัวปลา ได้แก่ ขมิ้น เกลือป่น กระเทียม โขลกให้ละเอียด คลุกดัวปลาไว้ 10-15 นาที แล้วนำไป ไม่ควรกลับปลาบ่อยจะทำให้ปลาเละได้

8. ผัดเผ็ดสะตอ

เป็นอาหารที่มีน้ำขลุกขลิก เนื้อสัตว์ที่ใช้อาจเป็นหมูหรือกุ้ง น้ำพริกแกงประกอบด้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่ พริกขี้หนูแห้ง เกลือป่น พริกไทยเม็ด ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด ขมิ้น หอมแดง กระเทียม กะปิ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ถ้าต้องการให้สะตอมีสีเขียวสด ควรลวกก่อนและลดกลิ่นฉุนของสะตอ

9. น้ำพริกกุ้งเสียบ

น้ำพริกจากแดนใต้ น้ำพริกกุ้งเสียบ เป็นน้ำพริกที่ให้สัมผัสของตัวเสียบโดยแท้ กินกับผักแนมอย่างเดียวก็ได้ ไม่ต้องมีอะไรมาแกล้ม แค่นี้ก็อิ่มแล้ว น้ำพริกกุ้งเสียบนั้น เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ซึ่งกุ้งเสียบก็คือการนำกุ้งสดๆ มาเสียบไม้ย่างทั้งเปลือก รมควันจากกาบมะพร้าวจนได้กลิ่นหอมแต่ไม่ไหม้ การเลือกซื้อกุ้งเสียบต้องเลือกที่แห้งสนิท สีเป็นธรรมชาติ กุ้งเสียบนิยมนำมาใช้ทำเป็นน้ำพริกซึ่งนอกจากจะทำรับประทานในครอบครัวแล้ว ก็ยังขายเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนและถือว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าอย่างหนึ่งให้กับกุ้งเสียบอีกด้วย

10. ปลาหมึกต้มหวาน

นิยมใช้ปลาหมึกกล้วย และต้มทั้งตัว น้ำต้มมีรสหวานนำเค็มตาม และมีสีขุ่นคล้ำ ถ้าไม่ต้องการให้น้ำต้มมีสีขุ่นคล้ำ ให้ดึงถุงหมึกออก หากไม่ต้องการให้น้ำต้มมีสีดำ ให้เอาถุงหมึกสีดำออก ปลาหมึกต้องสดจะทำให้รสชาติดี

Leave a Comment