กระบี่ เมืองที่มีทะเลและหาดทรายที่สวยงามขึ้นชื่อระดับโลก แต่กระบี่ไม่ได้มีดีแต่ทะเล วันนี้เราขอแนะนำที่เที่ยวธรรมชาติ ชมวิถีชุมชน ใกล้ครัวริมธาร มาแนะนำ


สระมรกต

กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น ในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ เป็นน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส เป็นสระน้ำสวยใสกลางใจป่าที่มีน้ำใส เป็นสีเขียวอมฟ้า เปลี่ยนสีไปได้ตามวันเวลาและสภาพแสง สระมรกตกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น ในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ เป็นน้ำพุร้อนลักษณะเป็นสระ น้ำร้อน 3 สระ ได้แก่ สระแก้ว สระมรกต และ สระน้ำผุด น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต มีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้มมี พรรณไม้ที่น่าสนใจ จากที่จอดรถเดินทางเท้าเข้ามาประมาณ 800 เมตร จะถึงตัวสระมรกต หรือจะไปอีกทางที่เป็นเส้นทางศึกษา ธรรมชาติที่มีระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะมาบรรจบกันที่สระมรกตที่เดียวกัน แต่แนะนำว่าตอนเดินเข้าไปที่สระให้เดินในเส้นทางปกติ ส่วนขากลับนั้นก็กลับมาเส้นทาง ศึกษาธรรมชาติ เดินใน ลักษณะเป็นวงรอบ เส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นป่าเขียวครึ้ม ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ที่น่าสนใจเป็นแหล่งชมนกหายาก เช่น นกแต้ว แร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล นกเงือกดำ ฯลฯระหว่างเดินก็จะพบสายน้ำไหลและสระใหญ่ สระเล็กไปตลอดทางสวยงามมาก หลังจากที่เดินชมสระมรกต ก็ไปชมบ่อน้ำผุดซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสระมรกต ลักษณะเป็นตาน้ำสีฟ้าอมน้ำเงิน เป็นสระน้ำแร่ธรรมชาติ ด้วยความมีแร่ธาติอยู่ มาก และได้สะท้อนแสงอย่างที่เห็น ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา เป็นแอ่งน้ำตามธรรมชาติขนาดเล็ก มีฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาเหนือน้ำ ตลอดเวลา สันนิษฐานว่าเกิดจากน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ดิน ทำให้ที่แห่งนี้มีน้ำตลอดปีและไหลเป็นลำธารสู่ที่ต่างๆ

น้ำตกร้อน

หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว unseen  Thailand อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ ตัวน้ำตกตั้งอยู่ใน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ใกล้ๆ กับสระมรกต  เป็นอ่างอาบน้ำธรรมชาติกลางป่ารองรับ สายน้ำตก ที่ไหลหลั่นลง มาจากเนินเขา ใครได้มาสัมผัสต่างบอกกันว่า ไม่ใช่น้ำตกธรรมดาๆ แน่นอน ก็ใครจะเชื่อว่า นี่คือน้ำตกร้อน สายน้ำแร่ ที่ไหลมาพร้อมๆ กับไออุ่นเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ มีลักษณะ เป็นธารน้ำพุร้อนผุด ขึ้นมาจากใต้ดินตาม ธรรมชาติ มีสารกำมะถั เจือจางเป็นส่วนประกอบ มีอุณหภูมิพอเหมาะตกลงมาในแอ่ง สามารถอาบน้ำได้ บริเวณ ธารน้ำตกร้อนขนาดเล็ก ที่ไหลลดหลั่นกันมาตามธรรมชาติ ในน้ำพุร้อนประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยให้ผ่อน คลายเชื่อว่าสามารถบำบัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดหลัง และเกี่ยวกับผิวหนังได้ ที่นี่เป็นแหล่งรวมของคนรักสุขภาพที่ต้องการมาบำบัดร่างกาย คลายปวดเมื่อยล้าตามส่วนต่างๆและยังเป็นที่พักใจ ให้สบายจากความ รื่นรมย์ของธรรมชาติป่าเขา เพราะไออุ่นจากน้ำแร่ธรรมชาติของธารน้ำตกร้อน ที่ว่ากันว่าดี ต่อสุขภาพด้วยบรรยากาศ กลางป่า น่ารื่นรมย์ บ่อน้ำตกร้อนที่มากด้วยสรรพคุณ น้ำตกร้อนคลองท่อมจึงเป็นสปา ธรรมชาติชั้นเลิศ ที่คนรักสุขภาพต้องติดใจ หากเที่ยว ในวันหยุดนั้น อาจมีทั้งนักท่องเที่ยว และชาวบ้านมาเล่นน้ำกันค่อนข้างมาก  แนะนำให้ไปในวันธรรมดาเพราะจ ดูเป็นธรรมชาติ และคนน้อยกว่า เดินเท้าเข้าไปอีก ประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงตัวน้ำตก ผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติระหว่างทา อาจพบ กับหินรูปหน้า หน้าตาประหลาดใต้น้ำอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีมีบ่อกักเก็บน้ำร้อนก่อน ทางเข้าน้ำตก นักท่องเที่ยว มักลงไปแช่น้ำ เพื่อรักษาสุขภาพ และความสบายตัว มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศา

น้ำพุร้อนเค็ม

หากคุณคืออีกคนที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน แน่นอนว่าคงน่าเสียดายเอามากๆ ถ้าพลาดโอกาสมาเยือน บ่อน้ำพุร้อนเค็ม หรือที่รู้จักกันในชื่อ บ่อน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม แหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงและน่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ โดยบ่อน้ำพุร้อนเค็มนั้นอยู่ในบริเวณเขตป่าชายเลนคลองบางผึ้ง ประกอบไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนเค็มที่เรียงรายเล็กใหญ่ถัดกันไปถึง 14 บ่อ และแต่ละบ่อนั้นสามารถวัดระดับความเค็มได้ถึง 10 ppm อุณหภูมิของน้ำใน บ่อประมาณ 40 – 47 องศาเซลเซียส สำหรับความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำพุร้อนเค็มนั้นอยู่ที่อุณหภูมิของน้ำในบ่อไม่ร้อนมากจนเดินไป น้ำมีลักษณะใสสะอาดสะท้อนกับท้องฟ้าเป็นสีมรกต ปัจจุบันได้มีนักท่องเที่ยวรวมทั้งคนในพื้นที่ต่างนิยมที่จะมาแช่น้ำ เพราะมีความเชื่อว่าสามารถรักษาโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคปวดเมื่อยตามข้อกระดูก โรคไหลเวียนโลหิต โรคผดผื่นคัน รวมทั้งมีบ่อโคลนอีก 1 บ่อ ซึ่งสามารถนำมาพอกหน้า พอกตัวรักษาสิว ฝ้า และโรคผิวหนังได้ 

พิพิธภัณฑสถานคลองท่อม

ก่อตั้งขึ้นโดย พระครูอาทรสังวรกิจ (พระสวาส กนฺตสงฺวโร) (นามสกุลเดิม เอี่ยวน้อย) อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองท่อม เจ้าคณะอำเภอคลองท่อมและอำเภอเกาะลันตา ได้รวบรวมลูกปัดโบราณแบบต่างๆ รวมทั้งโบราณวัตถุอื่นๆ ที่พบในควนลูกปัดหลังวัดคลองท่อม มาเก็บรักษาไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2525 ใช้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑสถานพระครูอาทรสังวรกิจ” เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มาศึกษาและอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่าของแผ่นดินไว้ ไม่ให้สูญหายไป ภายหลังเปลี่ยนมาใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม” ต่อมาชาวบ้านได้นำโบราณวัตถุต่างๆ ที่มีไว้ในครอบครองมาบริจาคเพิ่มเติม รวมทั้งบริจาคเงิน วัสดุ และอุปกรณ์ในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งองค์กรและหน่วยงานต่างๆ เช่น เทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองท่อมใต้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ นักวิชาการ และกรมศิลปากร ได้ร่วมให้ความช่วยเหลือและร่วมสนับสนุนในการจัดแสดงโบราณวัตถุและการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง

Leave a Comment